ละครรณรงค์ลดโลกร้อน เรื่อง ภาวะโลกร้อน
ข่าวมลพิษทางอากาศ
20:22 |
ป้ายกำกับ:
ข่าวมลพิษทางอากาศ
ลุย 7 หมื่นโรงงานอุตสาหกรรม กรอ.ของบ 1.2 หมื่นล้านสร้างเตาเผาขยะพิษ
กรอ.รับลูก คสช.ลงพื้นที่ตรวจระบบกำจัดกากอุตสาหกรรม ในโรงงานอุตสาหกรรมทั่วประเทศ 7 หมื่นโรง คาดกว่าครึ่งผิดกฎหมาย จ่อของบ 1.2 หมื่นล้านบาทสร้างเตาเผาขยะอุตสาหกรรม 4 แห่งทั่วประเทศ ประเดิมสั่งเชือดโรงงานชุบโลหะที่ชลบุรีลอบปล่อยน้ำและกากอันตรายที่ไม่ผ่านการบำบัด
นายเสรี อติภัทธะ รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานแก้ไขปัญหาบ่อขยะที่ปล่อยมลพิษสู่ชุมชน ซึ่งในส่วนของ กรอ. ได้รับผิดชอบในส่วนของบ่อขยะอุตสาหกรรม ซึ่งจากการประเมินล่าสุดพบว่า จะมีขยะอุตสาหกรรมทั่วประเทศเกิดขึ้น 40 ตันต่อวัน ในจำนวนนี้เป็นขยะอันตราย 4 ตันต่อวัน ซึ่งในขยะอันตรายนี้ คาดว่าในขั้นตอนสุดท้ายจะมีเหลือไม่มาก เพราะขยะมีพิษบางส่วนสามารถนำไปแยกเอาโลหะที่มีค่าหรือนำไปใช้ประโยชน์ด้านอื่น ดังนั้น จึงต้องสำรวจอย่างละเอียด เพื่อวางมาตรการกำจัดขยะส่วนนี้ต่อไป สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาขยะอุตสาหกรรมนั้น กรอ. ได้ลงพื้นที่สำรวจโรงงานประเภท 3 หรือโรงงานที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั่วประเทศ 70,000 แห่ง ใช้เวลาสำรวจไม่เกิน 2 เดือน คาดว่าจะมีโรงงานที่กระบวนการผลิตและกำจัดขยะอุตสาหกรรมไม่ถูกต้องราวครึ่งหนึ่งหรือ 35,000 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นโรงงานเล็กและบางส่วนยังขาดความเข้าใจในกระบวนการกำจัดกากอุตสาหกรรม เช่น โรงกลึงบางแห่ง มีการปล่อยทิ้งสารหล่อเย็นอย่างไม่ถูกต้อง หรือโรงงานเย็บเสื้อผ้าบางแห่งทิ้งเศษผ้าในขยะชุมชน เป็นต้น
ทั้งนี้ ขั้นต้น กรอ. จะตักเตือนให้ปรับปรุงกระบวนการกำจัดกากฯให้ถูกต้องภายใน 30 วัน ถ้าพบว่ายังไม่แก้ไขก็จะลงโทษเข้มขึ้นเรื่อยๆ เช่น ปิดโรงงานไปถึงโทษสูงสุดคือ ปรับไม่เกิน 200,000 บาท จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ที่ผ่านมาโรงงานส่วนใหญ่หลังถูกตักเตือนจะรีบแก้ไขให้ถูกต้อง จึงยังไม่มีโรงงานใดถูกลงโทษรุนแรงถึงขั้นจำคุก สำหรับการแก้ปัญหาระยะยาวและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุดคือ การเผาขยะ โดย กรอ. เตรียมเสนอของบฯปี 58 ศึกษาและจัดสร้างเตาเผาขยะอุตสาหกรรมอันตราย 4 แห่ง ใน 4 ภาค โดยพื้นที่กรุงเทพฯมีความต้องการสูงสุด ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนหาพื้นที่ก่อสร้างที่เหมาะสม คาดว่าจะใช้งบสร้างแห่งละ 3,000 ล้านบาท รวม 4 แห่ง 12,000 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มสร้างได้หลังปี 59 และเปิดใช้ได้ปี 61 “ขั้นตอนที่ยากสุดคือการทำความเข้าใจกับชาวบ้าน หลังกำหนดพื้นที่ก่อสร้างที่ชัดเจนได้ก็จะเร่งทำความเข้าใจกับชุมชน เพราะการกำจัดขยะอุตสาหกรรมด้วยการเผาเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด ในประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำต่างใช้วิธีเผาขยะทั้งสิ้น ซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วว่าไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อชุมชน หากเผาในเตาที่ก่อสร้างอย่างถูกต้อง”
นายเสรีกล่าวต่อว่า ปัจจุบันไทยมีเตาเผาขยะอุตสาหกรรมอันตรายเพียง 1 แห่งที่ จ.สมุทรปราการ มีกำลังการกำจัดขยะ 300 ตันต่อวัน มีหลุมขยะอุตสาหกรรมอันตราย 3 แห่ง มีค่ากำจัดขยะ 3,000 บาทต่อตันขึ้นไป และมีบ่อขยะอุตสาหกรรมอีก 9 แห่ง มีค่ากำจัดขยะ 800 บาทต่อตัน ซึ่งในอนาคตแม้ว่าการกำจัดกากอุตสาหกรรมจะมีต้นทุนที่แพงขึ้น แต่ทุกประเทศก็ต้องมากำจัดขยะในแนวทางนี้ และมีต้นทุนที่ใกล้เคียงกัน จึงไม่กระทบต่อศักยภาพการแข่งขันของไทย ซึ่ง กรอ. ต้องใช้กฎหมายมาควบคุมให้ดำเนินการให้ถูกต้องต่อไป
ด้านนายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เปิดเผยหลังลงพื้นที่ อำเภอบ่อทอง ชลบุรีว่า ประชาชนที่องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) บ่อกวางทองได้ร้องเรียนว่า โรงงานในพื้นที่คือ บริษัท เอชเจซี ชิพปิ้ง ไทยแลนด์ (HJC Shipping Thailand co LTD) บริษัทสัญชาติจีน ซึ่งเป็นโรงงานรีไซเคิลที่นำน้ำที่ได้จากการชุบโลหะมาตกตะกอนให้ได้โลหะหนัก ได้ปล่อยน้ำทิ้งลงบ่อด้านหลังโรงงานโดยไม่ผ่านการบำบัด ซึ่งการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า มีการทำผิดจริง จึงได้มีคำสั่งให้ปิดโรงงาน 6 เดือน เพื่อให้ปรับปรุงโรงงานให้มีระบบบำบัดน้ำจากการผลิตให้ได้ตามมาตรฐาน นอกจากนี้ ยังสั่งให้ดำเนินคดีกรณีที่ตั้งโรงงานแล้ว สร้างผลกระทบที่รุนแรงต่อประชาชน มีความผิดเกี่ยวกับการลักลอบทิ้งวัตถุอันตราย และกำลังยื่นศาลปกครอง ให้สั่งให้เจ้าของกิจการฟื้นฟูและบำบัดพื้นที่โดยรอบโรงงาน ซึ่งได้รับความเสียหายจากการปล่อยน้ำซึ่งไม่ผ่านการบำบัดลงบ่อทำให้มีทองแดง นิกเกิล และโลหะหนักอื่นๆ ซึมลงใต้ดิน ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นลุ่มน้ำคลองหลวง และยังพบว่าสวนยางพารารอบโรงงานได้รับความเสียหายจำนวนมาก เนื่องจากโรงงานนี้ทำมาตั้งแต่ปี 53 มีการปล่อยกากอันตรายลงหลุมหลังโรงงานซึ่งมีพื้นที่ 17 ไร่ ลึกกว่า 20 เมตร มาอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ประชาชนได้ร้องเรียนเข้ามาที่อุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรีตั้งแต่เดือน มิ.ย. แต่ช่วงเวลาดังกล่าว เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่แล้วไม่พบความผิดปกติ แต่การตรวจครั้งนี้ไปตรวจพร้อมนำรถแบ็กโฮไปขุดพิสูจน์บ่อที่มีการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมอันตรายจึงพบว่ามีการทำผิดจริง จึงได้มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมชลบุรี ปูพรมลงพื้นที่ตรวจโรงงานต้องสงสัยที่มีพฤติกรรมลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม แต่บางรายยังตรวจจับได้ลำบากเนื่องจากมีการนำกากไปทิ้งนอกโรงงาน พื้นที่ป่าตอนกลางคืน โดยพื้นที่เสี่ยงที่พบการกระทำผิดยังคงเป็นจังหวัดในภาคตะวันออกและภาคกลาง ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมาก.
อ้างอิง :: http://www.thairath.co.th/content/434817
สมาชิกในกลุ่ม
07:11 |
ป้ายกำกับ:
สมาชิกในกลุ่ม
สมาชิกกลุ่ม ไฮบริด
นางสาว กาญจนา โกมลวาทิน 55566040004
นางสาว กัญญ์วรา เอกอังคณา 55566040006
นางสาว ขวัญแก้ว รัตนศิลา 55566040007
นางสาว สุนันทา ห้วยหงษ์ทอง 55566040009
นางสาว กนกวรรณ วัฒนพงษ์ 55566040020
นางสาว น้ำผึ้ง ศรีหาญ 55566040027
ข่าวมลพิษทางอากาศ
05:52 |
ป้ายกำกับ:
ข่าวมลพิษทางอากาศ
'เชียงใหม่'อ่วมหนัก! วิกฤติหมอกควันบังดอยสุเทพมิด
มลพิษทางอากาศเมืองเชียงใหม่วิกฤติ หลังเกิดไฟป่าแทบทุกอำเภอจนหมอกควันบังดอยสุเทพมิด ล่าสุดมีผู้ป่วยแล้วกว่าหมื่นราย...
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คุณภาพอากาศในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ พบว่ามีปริมาณฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) เกินค่ามาตรฐาน มาเป็นบางช่วงติดต่อกันมา 6 วันแล้ว ทำให้ถนนหลายสายเต็มไปด้วยหมอกควัน ไม่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของดอยสุเทพได้แล้ว สำหรับคุณภาพอากาศในพื้นที่เขต อ.เมืองเชียงใหม่ ในวันนี้ (17 มี.ค.57) พบปริมาณฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) อยู่ในระดับ มีผลกระทบต่อสุขภาพแล้ว ซึ่งสถานีควบคุมกรมมลพิษ ที่พบค่า PM10 โดยที่สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ วัดค่า PM10 ได้จำนวน 113 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ค่า AQI วัดได้ 96 ที่สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย (กลางใจเมืองเชียงใหม่) พบค่า PM10 จำนวน 160 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ค่า AQI วัดได้ 118
ทั้งนี้ เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 17 มี.ค. 57 นายชนะ แพ่งพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังพบปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กสูงเกินค่ามาตรฐาน ทางนายวิเชียร พุฒิวิญญู ผวจ.เชียงใหม่ ได้กำชับให้นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านทั้ง 25 อำเภอ ลงพื้นที่ ขอความร่วมมือชาวบ้านงดเผาทุกชนิด และให้สอดส่องพฤติกรรมชาวบ้าน ที่มีอาชีพหาของป่าเป็นพิเศษ หากพบความผิดที่ยังลักลอบเผาป่า ให้ใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเข้มข้น เพื่อลดหมอกควันไฟป่า ที่ปกคลุมไปทั่วเมืองเชียงใหม่
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจจุดฮอตสปอต ยังพบมีไฟป่าเกิดขึ้นกระจายเกือบทุกอำเภอของ จ.เชียงใหม่ พร้อมกันมากกว่า 100 จุด โดยที่ อ.อมก๋อย มากถึง 21 จุด อ.แม่แจ่ม มากถึง 16 จุด และในพื้นที่อุทยานศรีลานนา อ.พร้าว และ อ.แม่แตง มากถึง 13 จุด นอกจากนี้ ยังมีไฟป่ากระจายอีกหลายอำเภอ ทั้งดอยผาแดง อ.เชียงดาว พื้นที่ อ.ไชยปราการ และ อ.ฝาง ส่งผลให้สถานการณ์หมอกควันไฟป่าวันนี้ ได้ทวีความรุนแรงขึ้น ค่ามลพิษสะสมสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยที่สถานีตรวจคุณภาพอากาศบริเวณโรงเรียนยุพราชวิทยาลัยในตัวเมืองเชียงใหม่ วัดค่าได้ 160 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งยังสร้างสถิติสูงขึ้นในรอบปี ขณะที่เชียงใหม่เกิดไฟป่าสะสมมากถึง 579 ครั้ง พื้นที่ป่าเสียหายไปแล้วกว่า 5 พัน 140 ไร่
ทางด้านเว็บไซต์ของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 เชียงใหม่ รายงานผู้ที่ได้รับผลกระทบ จากสถานการณ์หมอกควัน ที่ปกคลุมในภาคเหนือ มีอาการเจ็บป่วย เข้ารับการรักษา ตามโรงพยาบาล ประจำอำเภอของ จ.เชียงใหม่ เป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือด จำนวน 7,078 ราย โรคทางเดินหายใจทุกชนิด จำนวน 5,028 ราย โรคตาอับเสบ 352 ราย และกลุ่มโรคผิวหนัง จำนวน 392 ราย รวมทั้ง 4 กลุ่มโรค มากกว่า 12,851 ราย และในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน มีผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นมากกว่า 5 หมื่นราย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คุณภาพอากาศในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ พบว่ามีปริมาณฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) เกินค่ามาตรฐาน มาเป็นบางช่วงติดต่อกันมา 6 วันแล้ว ทำให้ถนนหลายสายเต็มไปด้วยหมอกควัน ไม่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของดอยสุเทพได้แล้ว สำหรับคุณภาพอากาศในพื้นที่เขต อ.เมืองเชียงใหม่ ในวันนี้ (17 มี.ค.57) พบปริมาณฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) อยู่ในระดับ มีผลกระทบต่อสุขภาพแล้ว ซึ่งสถานีควบคุมกรมมลพิษ ที่พบค่า PM10 โดยที่สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ วัดค่า PM10 ได้จำนวน 113 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ค่า AQI วัดได้ 96 ที่สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย (กลางใจเมืองเชียงใหม่) พบค่า PM10 จำนวน 160 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ค่า AQI วัดได้ 118
ทั้งนี้ เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 17 มี.ค. 57 นายชนะ แพ่งพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังพบปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กสูงเกินค่ามาตรฐาน ทางนายวิเชียร พุฒิวิญญู ผวจ.เชียงใหม่ ได้กำชับให้นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านทั้ง 25 อำเภอ ลงพื้นที่ ขอความร่วมมือชาวบ้านงดเผาทุกชนิด และให้สอดส่องพฤติกรรมชาวบ้าน ที่มีอาชีพหาของป่าเป็นพิเศษ หากพบความผิดที่ยังลักลอบเผาป่า ให้ใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเข้มข้น เพื่อลดหมอกควันไฟป่า ที่ปกคลุมไปทั่วเมืองเชียงใหม่
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจจุดฮอตสปอต ยังพบมีไฟป่าเกิดขึ้นกระจายเกือบทุกอำเภอของ จ.เชียงใหม่ พร้อมกันมากกว่า 100 จุด โดยที่ อ.อมก๋อย มากถึง 21 จุด อ.แม่แจ่ม มากถึง 16 จุด และในพื้นที่อุทยานศรีลานนา อ.พร้าว และ อ.แม่แตง มากถึง 13 จุด นอกจากนี้ ยังมีไฟป่ากระจายอีกหลายอำเภอ ทั้งดอยผาแดง อ.เชียงดาว พื้นที่ อ.ไชยปราการ และ อ.ฝาง ส่งผลให้สถานการณ์หมอกควันไฟป่าวันนี้ ได้ทวีความรุนแรงขึ้น ค่ามลพิษสะสมสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยที่สถานีตรวจคุณภาพอากาศบริเวณโรงเรียนยุพราชวิทยาลัยในตัวเมืองเชียงใหม่ วัดค่าได้ 160 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งยังสร้างสถิติสูงขึ้นในรอบปี ขณะที่เชียงใหม่เกิดไฟป่าสะสมมากถึง 579 ครั้ง พื้นที่ป่าเสียหายไปแล้วกว่า 5 พัน 140 ไร่
ทางด้านเว็บไซต์ของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 เชียงใหม่ รายงานผู้ที่ได้รับผลกระทบ จากสถานการณ์หมอกควัน ที่ปกคลุมในภาคเหนือ มีอาการเจ็บป่วย เข้ารับการรักษา ตามโรงพยาบาล ประจำอำเภอของ จ.เชียงใหม่ เป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือด จำนวน 7,078 ราย โรคทางเดินหายใจทุกชนิด จำนวน 5,028 ราย โรคตาอับเสบ 352 ราย และกลุ่มโรคผิวหนัง จำนวน 392 ราย รวมทั้ง 4 กลุ่มโรค มากกว่า 12,851 ราย และในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน มีผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นมากกว่า 5 หมื่นราย
ขณะเดียวกัน ได้เตรียมหน้ากากอนามัยไว้มากกว่า 4 แสนชิ้น เพื่อนำไปแจกจ่ายช่วยเหลือประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากหมอกควันจากไฟป่า จนส่งผลกระทบกับสุขภาพประชาชนเป็นบริเวณกว้าง ทั้งโรคทางเดินหายใจ โรคหลอดเลือด และหัวใจ รวมไปถึงโรคตาและโรคผิวหนังอักเสบ.
ข่าวมลพิษทางอากาศ
05:46 |
ป้ายกำกับ:
ข่าวมลพิษทางอากาศ
กนอ.สั่งปิดโรงงาน ตัวการปล่อยกลิ่นเหม็นทั่วระยอง
กนอ.เจอแล้วโรงงาน ปล่อยกลิ่นเหม็นทั่วระยอง ผลิตกรดแลคติก ใช้เป็นอาหารสัตว์ในนิคมฯ เอเชีย สั่งหยุดกิจการตั้งแต่ 10 มิ.ย.จนกว่าจะปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสีย…
เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. จากกรณีกลิ่นเหม็นสร้างความรำคาญ แก่ชุมชนโดยรอบนิคมอุตสาหกรรมเอเชีย ต.บ้านฉาง อ.เมือง จ.ระยอง อาทิ ชุมชนมาบชะลูด ชุมชนชากลูกหญ้า และชุมชนตลาดห้วยโป่ง ตั้งแต่เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีรายงานข่าว จากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ว่า ได้ตรวจพบต้นตอของกลิ่นดังกล่าวแล้ว ซึ่งเกิดจากระบบบำบัดน้ำเสียและระบบบำบัดมลพิษทางอากาศ ของบริษัทแห่งหนึ่ง ในนิคมอุตสาหกรรมเอเชีย ซึ่งประกอบกิจการผลิตกรดแลคติก ที่ใช้เป็นอาหารสัตว์ โดยมีวัตถุดิบหลักเป็นน้ำตาล โดยกลิ่นดังกล่าวเกิดจากระบบบำบัดน้ำเสียของบริษัท ดังนั้นทาง กนอ.จึงได้มีคำสั่งตามมาตรา 37 ให้ทำการปรับปรุงแก้ไขระบบบำบัดน้ำเสีย และระบบบำบัดมลพิษทางอากาศ
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีกลิ่นและส่งผลกระทบต่อชุมชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง กนอ. จึงสั่งการตาม พ.ร.บ. โรงงาน มาตรา 39 ให้หยุดประกอบกิจการในส่วนการผลิตทั้งหมด ตั้งแต่วันที่ 10 มิ.ย. เป็นต้นไป พร้อมทั้งให้เร่งดำเนินการปรับปรุงแก้ไขระบบบำบัดน้ำเสียและระบบบำบัดมลพิษทางอากาศ โดยต้องมีมาตรการป้องกันแก้ไขมิให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และชุมชนโดยรอบ
ทั้งนี้ กนอ.ได้ตั้งทีมเฉพาะกิจจัดการปัญหาเรื่องกลิ่น เพื่อเฝ้าระวัง พร้อมลาดตระเวนตลอด 24 ชั่วโมง อย่างต่อเนื่องตามแนวพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ และได้จัดรถตรวจวัดคุณภาพอากาศให้ติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม เพื่อเฝ้าระวังคุณภาพอากาศในพื้นที่ เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ชุมชน พร้อมสั่งกำชับเจ้าหน้าที่ให้ดูแลประสิทธิภาพการทำงานของระบบการสื่อสาร ให้พร้อมทำงาน อีกทั้งให้ประชาชนเข้าร่วมเป็นหูเป็นตา ในเครือข่ายเฝ้าระวังของ กนอ. เพื่อแจ้งข้อมูลข่าวสาร ความคืบหน้า กรณีเกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง.
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)






















.jpg)







